การทำ SEO – ตั้งชื่อให้เว็บเพจว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า โดยใช้ Title Tag
มิ.ย. 19การทำ SEO แบบ On-page Optimization
การปรับแต่งเว็บเกี่ยวกับปัจจัยภายใน หรือส่วนต่างๆ ของหน้าเว็บ ได้แก่ การวางโครงสร้างเว็บ, การเขียนโค้ดในหน้าเว็บเพจ และการเขียนเนื้อหาให้เหมาะกับ Search Engine รวมถึงการกระจายคีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆ
ผู้อ่านควรมีมีพื้นฐานในการเขียนเว็บเพจด้วย HTML มาบ้าง อย่างน้อยต้องรู้จักโครงสร้างเอกสาร HTML สามารถศึกษาก่อนได้จาก บทเรียนออนไลน์สอน HTML 
<head>
<title>ชื่อของหน้าเว็บเพจ</title>
<meta name=”keywords” content=”keyword1, keyword2″ />
<meat name=”description” content=”ข้อความบรรยายเว็บไซต์ด้วยประโยคสรุป” />
</head>
<body>
<h1>หัวข้อเรื่องของเนื้อหา</h1>
<p>เนื้อหา <strong>คำสำคัญ</strong> เนื้อหา</p>
<body>
</html>
มาดูกันเลยค่ะว่าการทำ SEO แบบ On-page Optimization ทำได้อย่างไรบ้าง (ข้อมูลส่วนใหญ่อ้างตามคู่มือการทำ SEO สำหรับผู้เริ่มต้นฉบับภาษาไทยจาก Google)
1. ตั้งชื่อให้เว็บเพจว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร และไม่ซ้ำกันในแต่ละหน้า
ชื่อของเว็บเพจนั้นจะบ่งบอกให้ผู้ชมทราบว่าเนื้อหาในหน้าเว็บนั้นเกี่ยว กับเรื่องอะไร ซึ่ง Search Engine ก็ใช้ในการคาดเดาเนื้อหาของเว็บเราเช่นกัน การตั้งชื่อให้หน้าเว็บเพจนั้นทำโดยการใส่ข้อความในแท็ก <title> ที่อยู่ในแท็ก <head>
ตัวอย่าง
<title>แนะนำการสร้างเว็บไซต์ สอนทำเว็บไซต์ตั้งแต่พื้นฐาน บทเรียนออนไลน์สอน HTML, CSS, XHTML, Joomla!</title>
<meta name=”description” content=”enjoyday.net แนะนำการสร้างเว็บไซต์ บทเรียนออนไลน์สอนเขียนเว็บเพจด้วย HTML, CSS, XHTML, JavaScript และข้อมูลข่าวสารในแวดวงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตต่างๆ ที่น่าสนใจ” />
<meta name=”keywords” content=”การสร้างเว็บไซต์, สอนทำเว็บไซต์, สอนสร้างเว็บไซต์, สอน HTML, สอน CSS, สอน XHTML, สอนทำ Blog, สอน Joomla” />
</head>
ชื่อของเว็บเพจที่เราตั้ง หรือ ข้อความใน Title Tag จะถูกแสดงอยู่บน Title bar ของเว็บเบราเซอร์

และ Google ก็จะนำข้อความใน Title Tag ที่เราระบุไว้ มาแสดงในผลการค้นหาด้วย (คำที่เราใช้เป็นคีย์เวิร์ดในการค้นหาจะแสดงเป็นตัวอักษรสีแดง)

จากรูปสังเกตได้ว่าเว็บที่ติดอันดับผลการค้นหา ข้อความใน Title Tag ล้วนแต่ใส่คำที่เป็นคีย์เวิร์ดในการค้นหาทั้งสิ้น หากเราไม่ได้ใส่คีย์เวิร์ดลงไปในจุดนี้ แต่ใช้เป็นข้อความอื่นแทน เช่น หน้าแรก, โฮมเพจ, ยินดีต้อนรับ จะทำให้โอกาสที่เว็บจะติดอันดับดีๆ น้อยกว่า ดังนั้นให้เรานำคีย์เวิร์ดหลัก และคีย์เวิร์ดรองมาผสมเขียนเป็นประโยคข้อความให้อ่านได้ใจความ ไม่ใช่ใส่แต่คีย์เวิร์ด แล้วอ่านไม่รู้เรื่องนะคะ แบบนี้คนอาจจะคลิกเข้ามาน้อยกว่าที่ควร ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเสียดาย อย่าง enjoyday จะใส่ทั้ง 2 คำ คือ “สร้างเว็บไซต์” และ “สอนทำเว็บ”
ในกรณีที่เว็บของเรามีอันดับต่ำกว่า เราอาจจะต้องใช้วาทะศิลป์สักนิด เช่น อยู่หน้าแรกเหมือนกันแต่อยู่ลำดับที่ 4 ถ้าเราตั้งชื่อเว็บได้ชวนให้คลิกเข้ามาชม ผู้ชมก็จะเลือกคลิกมาที่เว็บเราด้วย คำที่มีผลก็เช่น สอนตั้งแต่พื้นฐาน, แบบละเอียด, แบบ stept by step, ฟรี เป็นต้น
คำแนะนำจาก Google
- ตั้งชื่อให้สื่อถึงเนื้อหาของหน้าเว็บ ไม่ควรปล่อยเป็นค่าเริ่มต้นที่ได้มาตอนเขียนเว็บเพจ เช่น Untitled, New Page1
- ตั้งชื่อให้แตกต่างกันในแต่ละหน้า หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อเดียวกันในทุกหน้า
- ตั้งชื่อที่สั้น แต่ได้ใจความ เพราะถ้ายาวเกินไป Google จะแสดงได้เพียงบางส่วน
.
กรณีที่เราใช้ CMS ไม่ได้เขียนเว็บเพจเอง ก็ยังสามารถกำหนด Title ได้เอง เช่น WordPress และ Joomla! จะใช้ชื่อบทความที่เราตั้งมาเป็น Title ให้อัตโนมัติ สำหรับ WordPress ถ้าต้องการกำหนดเอง หรือเพิ่มคำต่อท้าย เช่น enjoyday จะเพิ่มชื่อเว็บไซต์ “enjoyday.net : สอนทำเว็บไซต์” ต่อจากชื่อบทความ สามารถทำได้โดยการติดตั้ง Plugin เพิ่ม เช่น SEO All in one หรือตัวอื่นๆ ก็ได้ แล้วเข้าไปกำหนดค่าตามต้องการค่ะ
แด่ความสำเร็จของคุณ

ณัฏฐกิตติ์ จุลนวล
สุดยอดนักธุรกิจออนไลน์
โค้ชที่ไม่เคยกลัวที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ
ติดตามและเป็นเพื่อนกับผมได้ที่ เพื่อที่ผมจะช่วยคุณได้สะดวกมากขึ้นครับ
คลิ๊กเข้าร่วมกลุ่ม MLM LAUNCH FORMULA ที่ facebook
http://www.twitter.com/nudtagid
http://www.facebook.com/nudtagid





















Comments